ถาม-ตอบ    |    เกี่ยวกับเรา    |    ติดต่อเรา


โทรทัศน์ระบบแอนะล็อก และโทรทัศน์ระบบดิจิตอล แตกต่างกันอย่างไร?
โทรทัศน์ระบบดิจิตอลมีคุณภาพสัญญาณภาพและเสียงที่ดีกว่าระบบแอนะล็อก และเป็นการนำทรัพยากรคลื่นความถี่วิทยุมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยสมารถออกอากาศได้หลายช่องเมื่อเทียบกับแบบแอนะล็อกที่ใช้ออกอากาศได้เพียงช่องเดียว ซึ่งสามารถนำเสนอได้คมชัดขึ้นด้วยมาตรฐานความคมชัดสูง (High Definition) หรืออาจจะแบ่งได้เป็นหลายช่องรายการมาตรฐานความคมชัดปกติ (Standard Definition) ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า Multicasting นอกจากนี้ยังรองรับบริการมัลติมีเดียใหม่ๆ และ ประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าระบบแอนะล็อกหลายเท่าตัว รวมถึงสามารถใช้ทรัพยากรโครงข่ายพื้นฐานและโครงข่ายการส่งสัญญาณร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ราคา Set top box
ราคาของ STB จะอยู่ที่ราวๆ 1,000 ถึง 2,000 บาทเท่านั้น ขึ้นกับสเป็คและลูกเล่นต่าง ตอนนี้ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 45 USD หรือประมาณ 1,350 บาทเท่านั้น

ถ้าเราไม่มีทีวีที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 หรือ STB เราจะสามารถรับชมฟรีทีวีช่อง 3,5,7,9, NBT และ สทท ได้อยู่หรือไม่
ยังสามารถรับชมได้อยู่เพราะรัฐบาลจะยังส่งสัญญาณการแพร่ภาพแบบ Analog ไปจนถึงปี 2563 ตามข้อตกลงของอาเซียน โดยระหว่างนี้ก็จะทำการแพร่ภาพสัญญาณแบบ Digital คู่ไปกับ Analog ด้วย ซึ่งหลังจากปี 2563 ก็จะทำการตัดสัญญาณแบบ Analog ซึ่งถ้าผู้ใช้งานไม่มีทีวีที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 หรือ STB ก็จะไม่สามารถ รับสัญญาณได้อีกต่อไป (ตอนที่ประเทศเกาหลีเปลี่ยนสัญญาณการออกอากาศจากแบบเดิมเป็น Digital TV แบบ ATSC ใช้เวลาถึง 10 ปี จึงตัดสัญญาณแบบ Analog)

เมืองไทยจะเริ่มส่งสัญญาณแบบ Digital TV เมื่อไหร่ และจะมีช่องรายการประมาณกี่ช่อง
มีช่องบริการสาธารณะ (SD) จำนวน 12 ช่อง ช่องบริการชุมชน (SD) จำนวน 12 ช่อง และช่องบริการธุรกิจ (SD,HD) จำนวน 24 ช่อง

จำเป็นต้องใช้กับ Smart TV หรือไม่
ไม่จำเป็น จะรับสัญญาณได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Tuner ไม่ใช่ว่าทีวีรุ่นนั้นเป็น Smart TV

ข้อแตกต่างระหว่าง Terrestrial Digital TV , Cable TV และ Sattlelite TV
การรับสัญญาณของ Terrestrial Digital TV นั้นการรับสัญญาณสามารถกระทำได้โดยใช้สายอากาศรับสัญญาณโทรทัศน์แบบธรรมดาที่ใช้กันอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไปซึ่งประหยัดกว่าการใช้จานรับสัญญาณดาวเทียม หรือ การเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี ถึงแม้การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอาจจะส่งสัญญาณได้ในพื้นที่ที่ค่อนข้างมากและ เข้าถึงพื้นที่ทุรกันดาร เช่น เกาะต่างๆ แต่เนื่องจาก การส่งสัญญาณดาวเทียมเป็นการส่งสัญญาณแบบ line of sight ดังนั้นเมื่ออยู่ในช่วงสภาพอากาศไม่ปลอดโปร่ง หรือ อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ เช่นมีตึกสูงบัง หรือมีสิ่งกีดขวางทางเดินของสัญญาณ จะไม่สามารถรับสัญญาณได้ ซึ่งก็รวมถึงการที่ไม่สามารถวางอุปกรณ์รับสัญญาณภายในอาคารได้ ต้องติดจานรับสัญญาณ บนที่สูง หรือหลังคาตึก โดยไม่ให้มีอะไรบัง ในกรณีของ cable TV ที่ต้องส่งสัญญาณผ่าน cable line ที่ผ่านไปตามบ้านเรือน ถึงแม้จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสภาพอากาศและการถูกบดบังของสัญญาณ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงในการเดินสาย cable ที่โดยทั่วไปมักจำกัดพื้นที่อยู่ในเขตเมืองไม่ค่อยมีการกระจายออกไปในแถบชนทบหรือนอกเมือง ซึ่งต่างจาก Terrestrail TV ที่ส่งสัญญาณโดยใช้คลื่นวิทยุ ส่งสัญญาณในลักษณะ broadcast กระจายรอบทิศทาง ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ในระยะทางที่ไกล และสามารถเดินทางผ่านสิ่งกีดขวางได้ ไม่จำกัดในเรื่องการถูก กำแพงหรือถูกตึกสูงบัง และยังไม่ถูกข้อจำกัดในเรื่องของการเดินสายสัญญาณ สามารถส่งสัญญาณไปนอกเขตเมืองได้ด้วย